ເປີດພາບ "ບ້ານພັກຕ່າງອາກາດ" ຂອງເຈົ້າຂອງເຟສບຸກ ມາກຣ໌ ຊັກເຄີເບີດ


ສະບາຍດີແຟນເພຈທີ່ໜ້າຮັກ ກັບມາເຈີກັບແອັດມິ້ນອີກຕາມເຄີຍ ເຊື່ອວ່າທຸກທ່ານກໍ່ຄົງຈະຢາກຮູ້ເລື່ອງລາວກ່ຽວກັບເຈົ້າຂອງ ເຟສບຸກ "ມາກຣ໌ ຊັກເຄີເບີດ" ທີ່ໄດ້ແຕ່ງງານກັບ "ພິດຊິລ່າ ຊານ" ໃນຄວາມຄິດຂອງເຈົ້າຂອງເຟສບຸກໝື່ນລ້ານແບບ ມາກຣ໌ ຫຼາຍຄົນຄົງຄິດວ່າລາວຕ້ອງໃຊ້ຊີວິດແບບຫຼູຫຼາ ໃຊ້ເງິນທອງຢ່າງຟຸ້ມເຟືອຍ ແຕ່ຄວາມເປັນຈິງບໍ່ແມ່ນແບບນັ້ນ ລາວຝຊ້ຊີວິດຕິດດິນ ຢູ່ກັບຄອບຄົວຢ່າງມີຄວາມສຸກ ເພາະສະນັ້ນເຮົາໄປສ່ອງເບິ່ງຮູບພາບບ້ານພັກຕ່າງອາກາດຂອງ ມາກຣ໌ ຊັກເຄີເບີດ ຢູ່ທີ່ດິນເກາະຮາວາຍ ທີ່ທີທູນຄ່າປະມານ 100ລ້ານໂດລາ ຕາມມາເບິ່ງເລີຍວ່າເປັນແບບໃດກັນແດ່

ກວ້າງຂວາງ


Mark Elliot Zuckerberg ເກີດເມື່ອວັນທີ່ 14 ພຶດສະພາ 1984 ທີ່ປະເທດອາເມລິກາ ເປັນນັກທຸລະກິດຊາວອາເມລິກາເປັນທີ່ຮູ້ຈັກ ໃນຖານະຜູ້ກໍ່ຕັ້ງເວັບໄຊສ໌ ເຟສບຸກ ເຂົ້າຮ່ວມກໍ່ຕັ້ງເຟສບຸກຮ່ວມກັບໝູ່ອີກ 4ຄົນ ຕອນທີ່ກຳລັງສຶກສາຢູ່ມະຫາວິທະຍາໄລຮາວາດ ຕໍ່ມານິຕະຍາສານໄທມ໌ໄດ້ໃຫ້ລາວເປັນບຸກຄະລາກອນແຫ່ງປີ 2010
ຢູ່ທີ່ໂຮງຮຽນມັດທະຍົມອາດສລີ ລາວໄດ້ມີຄວາມສາມາດດ້ານການສຶກສາຄາດສິກ ກ່ອນທີ່ລາວຈະຢ້າຍໄປຮຽນລະດັບມັດທະຍົມປາຍທີ່ໂຮງຮຽນ Philips Electronics Sector Academy ແລ້ວລາວກໍ່ກໍ່ໄດ້ຮັບລາງວັນວິທະຍາສາດ (ຄະນິດສາດດາລາສາດ ແລະຟີຊິກ) ແລະສຶກສາດ້ານສິນລະປະຄາດສິກ ລາວຍັງຮຽນພາສາຕ່າງປະເທດ ໂດຍທີ່ລາວສາມາດອ່ານພາສາຝຣັ່ງ ພາສາຮິບຣູ ພາສາລາຕິນ ແລະພາສາກີກບູຣານ ລາວຍັງເປັນກັບຕັນທີມຟັນດາບ ໃນງານສ້າງສັນໃນຊ່ວງຊັ້ນປີທີ່2 ມາກຣ໌ ຊັກເຄີເບີດ ໄດ້ພົບກັບ ພິດຊິລ່າ ຊານ ທີ່ຕໍ່ມາໄດ້ເປັນໝູ່ກັນ ໃນເດືອນ ກັນຍາ 2010 ຊານ ເຊິ່ງໄດ້ສຶກສາແພດກໍ່ໄດ້ຢ້າຍມາຢູ່ບ້ານເຊົ່າຂອງ ຊັກເຄີເບີດ ຢູ່ ແພໂລອັດໂຕ ຊັກເຄີເບີດ ສາມາດເບິ່ງເຫັນສີຟ້າໄດ້ດີທີ່ສຸດ ເພາະລາວເປັນໂລກຕາບອດສີເຊິ່ງເບິ່ງສີຂຽວ ແລະສີແດງບໍ່ເຫັນຊັດເຈນ ນອກຈາກນີ້ສີຟ້າຍັງເປັນສີຫຼັກໃນເວັບໄຊສ໌ ເຟສບຸກອີກດ້ວຍ

ລຽບງ່າຍ


ຊັກເຄີເບີດ ໄດ້ໃຊ້ຄອມພິວເຕີ້ໃນການຂຽນຊອບແວ່ ຕັ້ງແຕ່ຍັງເປັນເດັກນ້ອຍໃນຊັ້ນປະຖົມ ພໍ່ລາວສອນໃຫ້ໃຊ້ໂປຣແກມພື້ນຖານຂອງອາຕາຣິໃນຊ່ວງ 1990 ແລະຕໍ່ມາຍັງຈ້າງນັກພັດທະນາຊອບແວ່ ທີ່ຊື່ ເດວິດ ນິວແມນ ມາສອນເປັນການສ່ວນຕົວ ນິວແມນເອີ້ນລາວວ່າ "ເດັກອັດສະຣິຍະ" ແລະກ່າວຕໍ່ວ່າ "ຍາກທີ່ຈະລຳ້ໜ້າເກີນລາວ" ຊັກເຄີເບີດຍັງຮຽນຄອດທີ່ວິທະຍາໄລເມີຊີ ໃກ້ກັບບ້ານຂອງລາວ ໃນຂະນະທີ່ຍັງຮຽນມັດທະຍົມຢູ່ ລາວມີຄວາມສຸກກັບການພັດທະນາ ໂປຣແກມຄອມພິວເຕີ້ ໂດຍສະເພາະເຄື່ອງມືດ້ານການສື່ສານແລະເກມ ຕົວຢ່າງເຊັ່ນ ມີໂປຣແກມໜຶ່ງເຊິ່ງພໍ່ຂອງລາວທີ່ເປັນທັນຕະແພດ ລາວສ້າງໂປຣແກມທີ່ຊື່ "ຊັກແນັດ" ທີ່ຈະໃຫ້ຄອມພິວເຕີ້ສາມາດສື່ສານໄດ້ລະຫວ່າງບ້ານກັບສຳນັກງານທັນຕະແພດ ໂດຍໃຊ້ລະບົບປິງຫາກັນ ຖືວ່າເປັນເມດເຊັນເຈີ່ລຸ້ນດຶກດຳບັນຂອງເອໂອເອັດ ເຊິ່ງອອກມາພາຍຫຼັງ ໃນຊ່ວງລະຫວ່າງຮຽນມັດທະຍົມ ພາຍໃຕ້ການເຮັດວຽກກັບບໍລິສັດ ອິນເທີລີເຈນມີເດຍກຣຸ່ບ ລາວໄດ້ສ້າງໂປຣແກມຫຼິ້ນດົນຕີທີ່ເອີ້ນວ່າ Synapse Media Player ໃຊ້ປັນຍາປະດິດ ຮຽນຮູ້ພຶດຕິກຳການຟັງເພັງຂອງຜູ້ໃຊ້ ໂດຍໄດ້ໂພສລົງທີ່ ສະແບດດ໊ອດ ໄດ້ຮັບຄະແນນ 3 ເຕັມ 5 ຈາກພີຊີແມັກກາຊີນ ໄມໂຄຊອບແລະເອໂອແອວພະຍາຍາມຈະຊື້ໄຊແນມແລະຮັບຊັກເຄີເບີດເຂົ້າເຮັດວຽກ ແຕ່ລາວເລືອກທີ່ຈະສະມັກຮຽນທີ່ຮາວາດຣ໌ໃນເດືອນກັນຍາ 2002

ຢູ່ກັບຄອບຄົວໜ້າຮັກສຸດໆ

ฮาร์วาร์ด
ในช่วงที่เขาเรียนอยู่ที่ฮาร์วาร์ด เขามีกิตติศัพท์ด้านความอัจฉริยะในการเขียนโปรแกรมแล้ว เขาศึกษาด้าน วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และจิตวิทยา และเป็นสมาชิก อัลฟาเอปซิลอนไพ สมาคมยิวในมหาวิทยาลัย พอเรียนชั้นปีที่ 2 เขาสร้างโปรแกรมจากห้องพักของเขาที่ชื่อ “คอร์สแมตช์” ที่ให้ผู้ใช้สามารถตัดสินใจเรื่องการเลือกเรียนวิชา จากการตัดสินใจของนักเรียนคนอื่น และยังช่วยให้พวกเขาร่วมก่อกลุ่มการเรียน ต่อจากนั้นไม่นาน เขาสร้างโปรแกรมที่แตกต่างกันออกไป เรียกว่า “เฟสแมช” ที่ให้ผู้ใช้เลือกหน้าผู้ใช้ที่หน้าตาดีที่สุดในบรรดารูปที่ให้มา เพื่อนร่วมห้องของเขาเวลานั้นที่ชื่อ อารี ฮาซิต กล่าวว่า “เขาสร้างเว็บไซต์นี้เพื่อความสนุก” “เรามีหนังสือ ที่เรียกว่า เฟสบุ๊ค ที่รวบรวมรายชื่อและภาพของทุกคนที่อยู่ในหอพัก ในตอนแรกเขาสร้างเว็บไซต์ที่ วางรูป 2 รูป หรือรูปของผู้ชาย 2 คน และผู้หญิง 2 คน ผู้เยี่ยมเยือนเว็บไซต์จะเลือกว่า ใครร้อนแรงกว่ากัน และรวบรวมจัดอันดับเป็นผลโหวต”
เว็บไซต์เปิดในช่วงวันหยุด แต่พอถึงเช้าวันจันทร์ เว็บไซต์ก็ถูกปิดโดยมหาวิทยาลัย เว็บไซต์ได้รับความนิยมในช่วงเวลาอันสั้น จนทำให้เซิร์ฟเวอร์ของฮาร์วาร์ดล่ม นักศึกษาจะถูกห้ามใช้เข้าเว็บไซต์ นอกจากนั้นมีนักศึกษาหลายคนร้องเรียนเรื่องภาพที่ใช้ไม่ได้รับอนุญาต เขาออกขอโทษต่อสาธารณะ หนังสือพิมพ์นักเรียนจะพาดหัวเกี่ยวกับเว็บไซต์ของเขาว่า “ไม่เหมาะสม”
อย่างไรก็ตาม นักเรียนก็ได้เรียกร้องให้มหาวิทยาลัยพัฒนาเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูล รายชื่อ รวมถึงรูป ในส่วนหนึ่งของเครือข่ายมหาวิทยาลัย ฮาซิตเพื่อนร่วมห้องเขากล่าวว่า “มาร์กได้ยินคำร้องเหล่านี้และตัดสินใจว่า ถ้ามหาวิทยาลัยจะไม่ทำอะไรเลยก็ตาม เขาก็จะสร้างเว็บไซต์ที่ดีกว่าที่มหาวิทยาลัยจะทำ”

ພາລູກໄປຢ່າງຫຼິ້ນ


ก่อตั้งและเป้าหมาย ของเฟสบุ๊ค
ซักเคอร์เบิร์กในงานเวิลด์เอโคโนมิกฟอรัม ที่สวิตเซอร์แลนด์ เดือนมกราคม 2009)
ซักเคอร์เบิร์กได้เปิดตัวเฟซบุ๊ก จากในห้องพักของเขาในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2004 แรงบันดาลใจแรก ๆ ของเฟซบุ๊กอาจมาจากที่โรงเรียนฟิลิปส์เอกเซกเตอร์อคาเดมี ที่เขาเรียนจบปี ค.ศ. 2002 โดยที่เผยในเว็บไซต์ของเขาคือ สารบัญรูปนักศึกษาของเขา ที่นักศึกษาหมายถึง “เดอะเฟซบุ๊ก” มีสารบัญภาพ ที่มีภาพนักศึกษาทำกิจกรรมในหลาย ๆ โรงเรียน โดยนักศึกษาสามารถเข้ามาให้ข้อมูล อย่างเช่น ชั้นปีที่ศึกษา เพื่อนใกล้ชิด หมายเลขโทรศัพท์[8]
โดยในขณะนั้น เฟซบุ๊ก เริ่มต้นเพียงแค่ “Harvard thing” จนกระทั่งซักเคอร์เบิร์กตัดสินใจที่จะกระจายไปสู่มหาวิทยาลัยอื่น ๆได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมห้อง ดัสติน มอสโควิตซ์ โดยเริ่มจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด มหาวิทยาลัยดาร์ตมัธ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก มหาวิทยาลัยคอร์เนล มหาวิทยาลัยบราวน์ และมหาวิทยาลัยเยล จากนั้นก็เข้าสู่โรงเรียนอื่น ที่มีความสัมพันธ์กับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
ซักเคอร์เบิร์กได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองแพโลอัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย กับมอสโควิตซ์และเพื่อนบางส่วน พวกเขาดัดแปลงบ้านเช่าเป็นสำนักงาน ในฤดูร้อนนั้น ซักเคอร์เบิร์กได้พบกับปีเตอร์ ทีล ที่ได้ให้ทุนกับบริษัท พวกเขาเริ่มก่อตั้งบริษัทแรกในกลางปี 2004 พวกเขาได้ปฏิเสธการเสนอขายเฟซบุ๊กกับบริษัทใหญ่ ๆ โดยในบทสัมภาษณ์ในปี 2007 ซักเคอร์เบิร์กอธิบายไว้ว่า
เขาพูดในนิตยสารไวร์ ในปี 2010 ว่า “สิ่งที่ผมใส่ใจมากเกี่ยวกับภารกิจนี้ ก็คือทำให้โลกเปิดกว้างขึ้น” ก่อนหน้านั้นในเดือนเมษายน 2009 ซักเคอร์เบิร์กได้สอบถามคำแนะนำจากผู้บริหารระดับสูงด้านการเงินของเน็ตสเคป ปีเตอร์ เคอร์รี เกี่ยวกับยุทธวิธีสำหรับเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ค.ศ. 2010 ซักเคอร์เบิร์กรายงานว่า บริษัทมีผู้ใช้ 500 ล้านบัญชีรายชื่อ และเมื่อถามว่า เฟซบุ๊ก จะสามารถทำเงิน หรือสร้างปรากฏการณ์เพิ่มขึ้น เขาอธิบายว่า:
ผมคิดว่า เราสามารถ… ถ้าคุณดูว่าโฆษณาที่มีในแต่ละหน้ากินไปขนาดไหน เมื่อเปรียบเทียบกับการค้นหาข้อมูล ของเรามีน้อยกว่าร้อยละ 10 ต่อหน้าและยอดการค้นหาปกติจะมีโฆษณาราวร้อยละ 20 … นี่เป็นสิ่งง่ายที่ทุกคนจะทำ แต่เราไม่ใช่อย่างนั้น เราทำเงินให้พอที่เราจะดำเนินงานได้ เติบโตในอัตราที่เราต้องการ
ในปี 2010 สตีเฟน เลวี ผู้แต่งหนังสือเรื่อง Hackers: Heroes of the Computer Revolution ในปี ค.ศ. 1984 ได้เขียนเกี่ยวกับซักเคอร์เบิร์กไว้ว่า “เห็นชัดว่าเขาคิดว่าตัวเองเป็น”แฮ็กเกอร์” ซักเคอร์เบิร์กพูดว่า “มันโอเคที่จะสร้างสิ่งใหม่…ทำให้มันดียิ่งขึ้น”เฟซบุ๊กเริ่มให้มี” “งานแฮ็กคาธอน” ในทุก ๆ 6 ถึง 8 อาทิตย์ เปิดโอกาส 1 คืนให้ร่วมคิดและจบโครงการ 1 โครง โดยบริษัทให้จัดหาเพลง อาหารและเบียร์ สำหรับงานแฮกคาธอน และจะมีเจ้าหน้าที่ของเฟซบุ๊ก รวมถึงซักเคอร์เบิร์ก เข้าร่วมด้วย “แนวคิดคือคุณสามารถสร้างบางสิ่งให้ดีได้ใน 1 คืน” ซักเคอร์เบิร์กบอกเลวี “และเป็นบุคลิกของเฟซบุ๊กในปัจจุบัน…ซึ่งก็คือนิสัยส่วนตัวของผมด้วย”
ในปี นิตยสาร วานิตีแฟร์ ได้ให้ซักเคอร์เบิร์กติดอันดับ 1 ในปี 2010 ของรายชื่อ “100 อันดับ บุคคลที่มีอิทธิพลที่สุดในยุคข้อมูล” ในปี 2010 ยังติดอันดับ 16 ของการสำรวจประจำปีของ นิวสเตตส์เม็น ในหัวข้อ “บุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลก 50 อันดับ”











ເປັນແນວໃດການດຳລົງຊີວິດຂອງອ້າຍ ມາກຣ໌ ຊັກເຄີເບີດ ກ່ອນຈະມາຢືນຢູ່ຈຸດນີ້ລາວກໍ່ໄດ້ຜ່ານມາຫຼາຍຮູບຫຼາຍແບບ 

Cr: Upyim
-----------------------------------
ລາວຮ໋ອດຮິດ See New. Hear New. Feel New.



Comments